วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2557

นางสาวดวงฤทัย เพชรมณี ว.541 เลขที่ 12

ความหมายของคอมพิวเตอร์การศึกษา


ความหมายของคอมพิวเตอร์การศึกษา (Computer – Based Education)

หมายถึง การนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่แทนการทำงานของมนุษย์ในการคำนวนแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ที่ช่วยให้เกิดกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
                 คอมพิวเตอร์การศึกษา ตามนัยแล้วเป็นการนำคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยให้เกิด
การเรียนรู้ในมนุษย์ ดังนั้นถ้านวัตกรรมเทคโนโลยีใดก็ตามที่มีคอมพิวเตอร์เป็น
ส่วนร่วมและช่วยก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ก็น่าจะนับได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์การศึกษา ซึ่งความหมายจะกว้างครอบคลุมมากแต่ก็พอที่จะแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่
 ดังนี้
         1. คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการการสอน  (Computer – Managed Instruction: CMI)
         2. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer – Assisted Instruction: CAI)


บทบาทคอมพิวเตอร์ที่มีต่อการศึกษา


     1. งานบริหาร (Administrative Application) ได้แก่  การใช้คอมพิวเตอร์เกี่ยวกับการบริหารองค์การ เช่น งานการเงิน บัญชี พัสดุ ทะเบียน และสารบรรณ
     2. งานหลักสูตร (Curriculum Application) ได้แก่  การใช้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงหลักสูตร เช่น ผลการเรียน อัตราส่วนระหว่างผู้เรียนต่อครู
     3. งานห้องสมุด (Library Application) ได้แก่  การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการห้องสมุด เช่น การค้นหนังสือแทนการใช้บัตรรายการ เป็นต้น
     4. งานพัฒนาวิชาชีพ (Professional development Application) คือ การให้ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แก่ครู เพื่อนำมาปรับปรุงการเรียนการสอน
     5. งานวิจัย (Research application)ได้แก่  การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเก็บผลการวิเคราะห์
     6. งานแนะแนวและบริการพิเศษ (Guidance and Special Service Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการเก็บรายงานผลการเรียน และพฤติกรรมผู้เรียน เป็นต้น
     7. งานทดสอบ (Testing Application) ได้แก่  การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างข้อสอบ วิเคราะห์และประเมินผลการเรียน
     8. สื่อการสอน (Instructional Aids Application) ได้แก่  การใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อ
     9.คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer-Assisted Instruction) ได้แก่  การใช้คอมพิวเตอร์ในการสอน การฝึกหัด การแก้ปัญหาโจทย์วิชาต่าง ๆ เป็นต้น

สื่อประสมในการศึกษา

ใช้สื่อประสมในการศึกษาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก โดยใช้ในลักษณะของการสอนใช้คอมพิวเตอร์ช่วย ( CAI ) รูปแบบต่างๆ   เช่น สถานการณ์จำลอง เกม การทบทวน ฯลฯ ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ผลิตบทเรียนลงแผ่นซีดีออกจำหน่ายมากมายหรือผู้สอนจะจัดทำบทเรียนเองได้โดยใช้โปรแกรมประยุกต์ต่างๆช่วยในการจัดทำ



อินเทอร์เน็ตกับการศึกษา

อินเทอร์เน็ตสามารถให้ผู้เรียนติดต่อสื่อสารกับผู้คนทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วและสามารถสืบค้นหรือเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศจากทั่วโลก จึงทำให้เกิดการเรียนรู้ตามอัธยาศัยการประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตกับกิจกรรมตามหลักสูตรเดิมที่มีอยู่ ทำให้ผู้เรียนเกิด ทักษะในด้านการคิดอย่างมีระบบ (High - Order Thinking Skills) การคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking) การวิเคราะห์สืบค้น (Inquiry - Based Analytical Skill) การวิเคราะห์ข้อมูล การแก้ปัญหา และการคิดอย่างอิสระ

 รูปแบบของอินเทอร์เน็ตทางการศึกษา


       รูปแบบของอินเทอร์เน็ตทางการศึกษาสามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบดังนี้การศึกษาค้นคว้า อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่รวมเครือข่ายงานต่าง ๆ ไว้มากมาย ทำ  ให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถสืบค้นข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ

หลักการใช้อินเทอร์เน็ต

หลักการใช้อินเทอร์เน็ต โดยใช้หลัก SMART ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
(S) Safety ความปลอดภัย 
(M) Manners ความมีมารยาท 
(A) Advertising and Privacy Protection การรักษาสิทธิส่วนบุคคลในการเลือกรับสื่อโฆษณา 
(R) Research ความสามารถในการค้นคว้าข้อมูลที่เป็นประโยชน์
(T) Technology ความเข้าใจเทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ตสิ่งที่จำเป็นต้องรู้บนอินเทอร์เน็ตProtocol

การสืบค้นข้อมูลจาก WWW

        ส่วนมากจะใช้ Search Engine ในการสืบค้นข้อมูลจาก WWW Search Engine เป็นเครื่องมือในการค้นหาเว็บไซต์ ทำหน้าที่ในการให้บริการค้นหาข้อมูล โดยเน้นเรื่องความสามารถในการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสะดวกมากขึ้นในการค้นหาข้อมูลในเรื่องราวต่างๆ โดยเว็บไซต์พวกนี้จะมีบริการอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นของต่างประเทศหรือของไทย วิธีใช้ Search Engine เริ่มจากหาเว็บไซต์และ Directory ที่มีเนื้อหาที่เราสนใจ จากนั้นก็คลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ที่ต้องการก็จะพบหน้าแรกที่เป็นช่องและเครื่องมือการสืบค้น


ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตทางการศึกษา





Barron and Ivers (1996, pp. 4-8) ได้กล่าวถึงประโยชน์ของการใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางการศึกษา ดังนี้
1. ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตที่มีต่อผู้เรียน   อินเทอร์เน็ตทำให้ผู้เรียนมีโอกาสได้รับความรู้ใหม่ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย เรียนรู้ประสบการณ์จากสภาพความเป็นจริงของโลกปัจจุบัน เกิดทักษะความคิดขั้นสูงและเป็นการช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการเรียน
2. ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตที่มีต่อผู้สอน       เมื่อมีการใช้อินเทอร์เน็ตทำให้ผู้สอนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลทางการศึกษา การวิจัย การวางแผนการสอนและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเช่นกัน คุณค่าของการเปิดรับข้อมูลทำให้ได้รับรู้กลยุทธ์การสอนที่หลากหลาย สามารถนำมาปรับปรุงประสิทธิภาพของการเรียนการสอนที่เป็นประโยชน์ทั้งผู้เรียนและผู้สอน
3. ประโยชน์ที่มีต่อผู้เชี่ยวชาญการผลิตสื่อ   ทำให้ได้พบกับแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่ดีกว่าประหยัดเวลากว่าและพบผลงานที่แตกต่างจากในท้องถิ่นของตนเอง
4. ประโยชน์ที่มีต่อเจ้าหน้าที่       ในระดับของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน การใช้อินเทอร์เน็ตช่วยลดความซับซ้อน การจัดเตรียมและเอกสาร เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างยิ่งในการรับและปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องรับและส่งข้อมูลภายนอกองค์กร
5. ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตที่มีต่อการสื่อสาร        การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแนวทางที่ดีที่ทำให้การสื่อสารระหว่างโรงเรียน กองทุนสนับสนุนการศึกษา โครงการเพื่อการศึกษา องค์กรพิเศษอื่น ๆ และอาสาสมัคร ในการเชื่อมโยงไปถึงผู้นำธุรกิจในท้องถิ่น ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่สามารถเข้าใช้อินเทอร์เน็ตได้

อินเทอร์เน็ตกับการเรียนการสอน
      การนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในการเรียนการสอนมีหลายรูปแบบ แต่ในประเทศไทยยังนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในการเรียนการสอนโดยตรงนับว่ายังน้อยอยู่ สถาบันการศึกษาทั้งในระดับโรงเรียน มหาวิทยาลัย จะมีการใช้อินเทอร์เน็ตในรูปแบบของการใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน และผู้เรียนกับผู้เรียน ซึ่งการเรียนการสอนโดยใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
1.             Standalone Course
2.             Web Supported Course
3.             Collaborative Learning
4.             Web Pedagogical Resources

การพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา
เทคโนโลยีกับการพัฒนาการเรียนการสอน
เทคโนโลยีทางการศึกษา (Educational Technology) ตามรูปศัพท์ เทคโน(วิธีการ) + โลยี(วิทยา) หมายถึง ศาสตร์ที่ว่าด้วยวิธีการทางการศึกษา ครอบคลุมระบบการนำวิธีการ มาปรับปรุงประสิทธิภาพของการศึกษาให้สูงขึ้นเทคโนโลยีทางการศึกษาครอบคลุมองค์ประกอบ 3ประการ คือ วัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการ (boonpan edt01.htm)
           เทคโนโลยีกับการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนมี  3  ลักษณะ  คือ
               1. การเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี (Learning about Technology) ได้แก่ เรียนรู้ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ เรียนรู้จนสามารถใช้ระบบคอมพิวเตอร์ได้ ทำระบบข้อมูลสารสนเทศเป็น สื่อสารข้อมูลทางไกลผ่าน Email และ Internet ได้ เป็นต้น
              2. การเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี (Learning by Technology) ได้แก่  การเรียนรู้ความรู้ใหม่ ๆ และฝึกความสามารถ ทักษะ บางประการโดยใช้สื่อเทคโนโลยี เช่น ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI)เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ทางโทรทัศน์ที่ส่งผ่านดาวเทียม การค้นคว้าเรื่องที่สนใจผ่าน Internet เป็นต้น
              3.  การเรียนรู้กับเทคโนโลยี (Learning with Technology) ได้แก่ การเรียนรู้ด้วยระบบการสื่อสาร 2 ทาง (interactive) กับเทคโนโลยี เช่น การฝึกทักษะภาษากับโปรแกรมที่ให้ข้อมูลย้อนกลับถึงความถูกต้อง (Feedback) การฝึกการแก้ปัญหากับสถานการณ์จำลอง (Simulation) เป็นต้น

เป้าหมายของเทคโนโลยีการศึกษา
           การขยายพิสัยของทรัพยากรของการเรียนรู้ กล่าวคือ แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ มิได้หมายถึงแต่เพียงตำรา ครู และอุปกรณ์การสอน ที่โรงเรียนมีอยู่เท่านั้น แนวคิดทางเทคโนโลยีทางการศึกษา ต้องการให้ผู้เรียนมีโอกาสเรียนจากแหล่งความรู้ที่กว้างขวางออกไปอีก แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ครอบคลุมถึงเรื่องต่างๆ

นวัตกรรมการเรียนรู้สู่การพัฒนาการศึกษา
หลักการพิจารณานำนวัตกรรมมาใช้พัฒนาการเรียนรู้
            การจะพิจารณานำนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ในวิชา  หรือ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ใดๆ ควรยึดหลักสำคัญ  ดังนี้
            1)  ตรงกับปัญหาหรือจุดพัฒนาของวิชานั้นเพียงใด
            2)  มีความสอดคล้องกับธรรมชาติวิชาหรือไม่
            3)  สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้หรือไม่
            4)  มีหลักฐานน่าเชื่อถือว่าเคยใช้ได้ผลดีมาแล้วหรือไม่

ประโยชน์ของนวัตกรรมทางการศึกษา
            1)  นักเรียนเรียนรู้ได้เร็วขึ้น
            2)  นักเรียนเข้าใจบทเรียนเป็นรูปธรรม
            3)  บรรยากาศการเรียนสนุกสนาน
            4)  บทเรียนน่าสนใจ
            5)  ลดเวลาในการสอน
            6)  ประหยัดค่าใช้จ่าย

การออกแบบนวัตกรรม
             นวัตกรรมมีความสำคัญ  การพิจารณาความสำคัญของนวัตกรรม  ให้ดูที่เหตุผลความจำเป็นของปัญหา  ถ้ามีข้อมูลแสดงว่านักเรียนส่วนใหญ่มีความบกพร่องในจุดประสงค์การเรียนใดๆ  ที่มีผลกระทบร้ายแรงต่อการเรียนการสอนทั้งปัจจุบัน  และมีแนวโน้มเกิดขึ้นในอนาคตก็สมควรสร้างนวัตกรรมนั้นๆได้ในการออกแบบนวัตกรรมผู้ออกแบบควรกล่าวถึงส่วนต่างๆ ต่อไปนี้
                                                                                                                              1)  ชื่อนวัตกรรม
              2)  วัตถุประสงค์ของการใช้นวัตกรรม
              3)  ทฤษฎีหลักการที่ใช้ในการสร้างนวัตกรรม
              4)  ส่วนประกอบของนวัตกรรม
              5)  การนำนวัตกรรมไปใช้


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น