ความหมายของคอมพิวเตอร์การศึกษา
ความหมายของคอมพิวเตอร์การศึกษา
(Computer
– Based Education)
หมายถึง
การนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่แทนการทำงานของมนุษย์ในการคำนวนแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ
ทางคณิตศาสตร์ที่ช่วยให้เกิดกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
การเรียนรู้ในมนุษย์ ดังนั้นถ้านวัตกรรมเทคโนโลยีใดก็ตามที่มีคอมพิวเตอร์เป็น
ส่วนร่วมและช่วยก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ก็น่าจะนับได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์การศึกษา
ซึ่งความหมายจะกว้างครอบคลุมมากแต่ก็พอที่จะแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่
ดังนี้
1. คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการการสอน (Computer
– Managed Instruction: CMI)
2. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer – Assisted Instruction: CAI)
บทบาทคอมพิวเตอร์ที่มีต่อการศึกษา
1.
งานบริหาร (Administrative
Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์เกี่ยวกับการบริหารองค์การ
เช่น งานการเงิน บัญชี พัสดุ ทะเบียน และสารบรรณ
2.
งานหลักสูตร (Curriculum
Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลต่าง
ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงหลักสูตร เช่น ผลการเรียน อัตราส่วนระหว่างผู้เรียนต่อครู
3.
งานห้องสมุด (Library
Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการห้องสมุด
เช่น การค้นหนังสือแทนการใช้บัตรรายการ เป็นต้น
4. งานพัฒนาวิชาชีพ (Professional
development Application) คือ
การให้ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แก่ครู เพื่อนำมาปรับปรุงการเรียนการสอน
5. งานวิจัย (Research
application)ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเก็บผลการวิเคราะห์
6.
งานแนะแนวและบริการพิเศษ (Guidance
and Special Service Application) ได้แก่
การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการเก็บรายงานผลการเรียน และพฤติกรรมผู้เรียน เป็นต้น
7.
งานทดสอบ (Testing
Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างข้อสอบ
วิเคราะห์และประเมินผลการเรียน
8.
สื่อการสอน (Instructional
Aids Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อ
9.คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer-Assisted
Instruction) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ในการสอน
การฝึกหัด การแก้ปัญหาโจทย์วิชาต่าง ๆ เป็นต้น
สื่อประสมในการศึกษา
ใช้สื่อประสมในการศึกษาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก
โดยใช้ในลักษณะของการสอนใช้คอมพิวเตอร์ช่วย ( CAI ) รูปแบบต่างๆ เช่น สถานการณ์จำลอง เกม การทบทวน ฯลฯ
ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ผลิตบทเรียนลงแผ่นซีดีออกจำหน่ายมากมายหรือผู้สอนจะจัดทำบทเรียนเองได้โดยใช้โปรแกรมประยุกต์ต่างๆช่วยในการจัดทำ
อินเทอร์เน็ตกับการศึกษา
อินเทอร์เน็ตสามารถให้ผู้เรียนติดต่อสื่อสารกับผู้คนทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วและสามารถสืบค้นหรือเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศจากทั่วโลก
จึงทำให้เกิดการเรียนรู้ตามอัธยาศัยการประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตกับกิจกรรมตามหลักสูตรเดิมที่มีอยู่
ทำให้ผู้เรียนเกิด ทักษะในด้านการคิดอย่างมีระบบ (High - Order
Thinking Skills) การคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking) การวิเคราะห์สืบค้น (Inquiry - Based Analytical Skill) การวิเคราะห์ข้อมูล การแก้ปัญหา และการคิดอย่างอิสระ
รูปแบบของอินเทอร์เน็ตทางการศึกษาสามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบดังนี้การศึกษาค้นคว้า
อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่รวมเครือข่ายงานต่าง ๆ ไว้มากมาย ทำ
ให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถสืบค้นข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ
หลักการใช้อินเทอร์เน็ต
หลักการใช้อินเทอร์เน็ต
โดยใช้หลัก SMART
ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
(S) Safety ความปลอดภัย
(M) Manners ความมีมารยาท
(R) Research ความสามารถในการค้นคว้าข้อมูลที่เป็นประโยชน์
(T) Technology ความเข้าใจเทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ตสิ่งที่จำเป็นต้องรู้บนอินเทอร์เน็ตProtocol
การสืบค้นข้อมูลจาก WWW
ส่วนมากจะใช้ Search Engine ในการสืบค้นข้อมูลจาก WWW Search Engine เป็นเครื่องมือในการค้นหาเว็บไซต์
ทำหน้าที่ในการให้บริการค้นหาข้อมูล
โดยเน้นเรื่องความสามารถในการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
ทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสะดวกมากขึ้นในการค้นหาข้อมูลในเรื่องราวต่างๆ
โดยเว็บไซต์พวกนี้จะมีบริการอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นของต่างประเทศหรือของไทย
วิธีใช้ Search Engine เริ่มจากหาเว็บไซต์และ Directory
ที่มีเนื้อหาที่เราสนใจ
จากนั้นก็คลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ที่ต้องการก็จะพบหน้าแรกที่เป็นช่องและเครื่องมือการสืบค้น
ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตทางการศึกษา
Barron
and Ivers (1996, pp. 4-8)
ได้กล่าวถึงประโยชน์ของการใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางการศึกษา ดังนี้
1.
ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตที่มีต่อผู้เรียน อินเทอร์เน็ตทำให้ผู้เรียนมีโอกาสได้รับความรู้ใหม่
ได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย
เรียนรู้ประสบการณ์จากสภาพความเป็นจริงของโลกปัจจุบัน
เกิดทักษะความคิดขั้นสูงและเป็นการช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการเรียน
2. ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตที่มีต่อผู้สอน
เมื่อมีการใช้อินเทอร์เน็ตทำให้ผู้สอนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลทางการศึกษา
การวิจัย
การวางแผนการสอนและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเช่นกัน
คุณค่าของการเปิดรับข้อมูลทำให้ได้รับรู้กลยุทธ์การสอนที่หลากหลาย
สามารถนำมาปรับปรุงประสิทธิภาพของการเรียนการสอนที่เป็นประโยชน์ทั้งผู้เรียนและผู้สอน
3.
ประโยชน์ที่มีต่อผู้เชี่ยวชาญการผลิตสื่อ
ทำให้ได้พบกับแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่ดีกว่าประหยัดเวลากว่าและพบผลงานที่แตกต่างจากในท้องถิ่นของตนเอง
4.
ประโยชน์ที่มีต่อเจ้าหน้าที่
ในระดับของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน การใช้อินเทอร์เน็ตช่วยลดความซับซ้อน
การจัดเตรียมและเอกสาร
เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างยิ่งในการรับและปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องรับและส่งข้อมูลภายนอกองค์กร
5. ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตที่มีต่อการสื่อสาร การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแนวทางที่ดีที่ทำให้การสื่อสารระหว่างโรงเรียน
กองทุนสนับสนุนการศึกษา โครงการเพื่อการศึกษา องค์กรพิเศษอื่น ๆ และอาสาสมัคร
ในการเชื่อมโยงไปถึงผู้นำธุรกิจในท้องถิ่น
ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่สามารถเข้าใช้อินเทอร์เน็ตได้
อินเทอร์เน็ตกับการเรียนการสอน
การนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในการเรียนการสอนมีหลายรูปแบบ
แต่ในประเทศไทยยังนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในการเรียนการสอนโดยตรงนับว่ายังน้อยอยู่
สถาบันการศึกษาทั้งในระดับโรงเรียน มหาวิทยาลัย
จะมีการใช้อินเทอร์เน็ตในรูปแบบของการใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน
และผู้เรียนกับผู้เรียน ซึ่งการเรียนการสอนโดยใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
1.
Standalone Course
2.
Web Supported Course
3.
Collaborative Learning
4.
Web Pedagogical Resources
การพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา
เทคโนโลยีกับการพัฒนาการเรียนการสอน
เทคโนโลยีทางการศึกษา
(Educational
Technology) ตามรูปศัพท์ เทคโน(วิธีการ) + โลยี(วิทยา) หมายถึง
ศาสตร์ที่ว่าด้วยวิธีการทางการศึกษา ครอบคลุมระบบการนำวิธีการ
มาปรับปรุงประสิทธิภาพของการศึกษาให้สูงขึ้นเทคโนโลยีทางการศึกษาครอบคลุมองค์ประกอบ
3ประการ คือ วัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการ (boonpan edt01.htm)
เทคโนโลยีกับการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนมี 3
ลักษณะ คือ
1. การเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี (Learning about
Technology) ได้แก่ เรียนรู้ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์
เรียนรู้จนสามารถใช้ระบบคอมพิวเตอร์ได้ ทำระบบข้อมูลสารสนเทศเป็น
สื่อสารข้อมูลทางไกลผ่าน Email และ Internet ได้ เป็นต้น
2. การเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี (Learning by
Technology) ได้แก่
การเรียนรู้ความรู้ใหม่ ๆ และฝึกความสามารถ ทักษะ
บางประการโดยใช้สื่อเทคโนโลยี เช่น ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI)เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ทางโทรทัศน์ที่ส่งผ่านดาวเทียม
การค้นคว้าเรื่องที่สนใจผ่าน Internet เป็นต้น
3.
การเรียนรู้กับเทคโนโลยี (Learning with Technology) ได้แก่
การเรียนรู้ด้วยระบบการสื่อสาร 2 ทาง (interactive) กับเทคโนโลยี
เช่น การฝึกทักษะภาษากับโปรแกรมที่ให้ข้อมูลย้อนกลับถึงความถูกต้อง (Feedback)
การฝึกการแก้ปัญหากับสถานการณ์จำลอง (Simulation) เป็นต้น
เป้าหมายของเทคโนโลยีการศึกษา
การขยายพิสัยของทรัพยากรของการเรียนรู้ กล่าวคือ
แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ มิได้หมายถึงแต่เพียงตำรา ครู และอุปกรณ์การสอน
ที่โรงเรียนมีอยู่เท่านั้น แนวคิดทางเทคโนโลยีทางการศึกษา
ต้องการให้ผู้เรียนมีโอกาสเรียนจากแหล่งความรู้ที่กว้างขวางออกไปอีก แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ครอบคลุมถึงเรื่องต่างๆ
นวัตกรรมการเรียนรู้สู่การพัฒนาการศึกษา
หลักการพิจารณานำนวัตกรรมมาใช้พัฒนาการเรียนรู้
การจะพิจารณานำนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ในวิชา หรือ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ใดๆ ควรยึดหลักสำคัญ
ดังนี้
1)
ตรงกับปัญหาหรือจุดพัฒนาของวิชานั้นเพียงใด
2)
มีความสอดคล้องกับธรรมชาติวิชาหรือไม่
3)
สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้หรือไม่
4)
มีหลักฐานน่าเชื่อถือว่าเคยใช้ได้ผลดีมาแล้วหรือไม่
ประโยชน์ของนวัตกรรมทางการศึกษา
1)
นักเรียนเรียนรู้ได้เร็วขึ้น
3)
บรรยากาศการเรียนสนุกสนาน
4)
บทเรียนน่าสนใจ
5)
ลดเวลาในการสอน
6)
ประหยัดค่าใช้จ่าย
การออกแบบนวัตกรรม
นวัตกรรมมีความสำคัญ การพิจารณาความสำคัญของนวัตกรรม ให้ดูที่เหตุผลความจำเป็นของปัญหา ถ้ามีข้อมูลแสดงว่านักเรียนส่วนใหญ่มีความบกพร่องในจุดประสงค์การเรียนใดๆ
ที่มีผลกระทบร้ายแรงต่อการเรียนการสอนทั้งปัจจุบัน และมีแนวโน้มเกิดขึ้นในอนาคตก็สมควรสร้างนวัตกรรมนั้นๆได้ในการออกแบบนวัตกรรมผู้ออกแบบควรกล่าวถึงส่วนต่างๆ
ต่อไปนี้
1) ชื่อนวัตกรรม
3) ทฤษฎีหลักการที่ใช้ในการสร้างนวัตกรรม
4) ส่วนประกอบของนวัตกรรม
5) การนำนวัตกรรมไปใช้

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น